รวมแบรนด์ไทยที่ทำถึง ทำเกินนนน ถูกยันแพง อวยจากใจจจ ทำดีก็ควรดั

˳ ༘* ʕ•ᴥ•ʔ รวมแบรนด์ไทยที่ทำถึง ทำเกินนนน ถูกยันแพง อวยจากใจจจ ทำดีก็ควรดัน!!

ขอเริ่มที่ Journal กัดฟันซื้อ ตั้งแต่ยังเป็นแบรนด์เล็กๆในสยามวัน เคยรับเทสกลิ่น The Legacy ที่ฉีดใส่กระดาษมา แล้วใส่ในกระเป๋า ผ่านไปปีนึง ยังหอมมากก อีกวันไปซื้อเลย อห.ช็อค ราคาแรงเท่าเคาน์เตอร์ แต่ก็ซื้ออยู่ดี ชั้นรักเค้าจริงๆ เจ้าของเทสดีมาก

ต่อด้วยที่ Overnaked ชอบส่วนตัว ทำลุคได้อินเตอร์สุด บอกก็ไม่รู้ว่าเป็นแบรนด์ไทย ใช้โคตรดี ผิวเนียน ละเอียดดด ไปตปท.หนีบไปทุกครั้ง เป็นออยล์เดียวที่มั่นใจว่า ฉ่ำสู้อากาศหนาวติดลบได้ ลองออยล์มาเยอะ พูดได้เลย ชีหอมแพงมากที่สุด

ต่อมา ไม่มีถือว่าผิด!! แบรนด์ไทย สาขาบำรุงผม อวยยศให้ Go Hair คือที่สุด!! ตำมันทุกขนาด ยันขวดเล็ก ไว้พกตอนเดินทาง ขาดบ่ได้เลย บีบจนขวดบุบ ฉลากถลอก ใกล้หมดต้องซื้อตุน เปลี่ยนผมพัง เป็นผมปังตัวจริง ผมสวยได้ทุกวันนี้ ขอกราบบ go hair 🙏🏻 ซื้อซ้ำตลอดไปป

นี่เป็นคนใช้ลิปถูกยันแพง บอกเลยว่าชอบลิปรุ่นนี้ของ Meilinda มากกกกก จังหวะเนื้อ สี ลงตัวมากที่สุด สีชัดมากกกกก!!! ทุกสีทาแล้วแตกต่าง ไม่ได้ออกแดงๆเหมือนกันทุกสี เนื้อไม่ทึบ ทาได้ทั้งออมเบร หรือจะทาเต็มก็ได้ทั้งนั้น ชุ่มชื้น ปากฟู น้ำกลิ้ง สวยมากกก

จากที่ลอง BHA มาหลายแบรนด์ ของ FYNE แบรนด์นี่แหละ ปังสุด รู้ใจผิวคนไทยสุด ไม่อวยเวอร์ ดีงามตรงที่มันดันสิวแบบไม่เอะอะ ไม่อักเสบ ไม่พุพอง ดันออกมาเป็นเม็ดๆ แบบกดออกง่ายเลย ทำให้ใช้ได้ต่อเนื่อง ไม่ล้มเลิกกลางทาง

ใช้คุชชั่นหมอพงศ์ทีไร จะต้องโดนทักแล้ว อย่างน้อย 1 คน ทำไมวันนี้หน้าเด้งจัง ใช้รองพื้นของอะไร เป็นคุชชั่นที่เหมือนรองพื้นอ่ะ ดีโคตร เนียนกริบ รูขุมขนหายไปเลย ฟีลผิวใหม่ ผิวสวยกินคนมากกกกก ช่วงเป็นสิว ใช้แล้วสิวไม่ปูดจริงๆ

มอยส์ที่รอดในไทยต้องเนื้อแบบ clearnose แหละ ใช้ตอนเช้าดีโฮ่งงงง เข้ากับเมคอัพดีมากก ไม่ขุย ไม่หยือ ไม่หยา เหมือนสั่งได้ว่า เออโกลว์เท่านี้พอ กำลังสวย ไม่ต้องซับบบ คุมมันเอาอยู่จริงๆ เหมือนกดปุ่ม Pause หมดเมื่อไหร่ซ้ำแน่นอน

อันนี้เป็น สกค.คนไทย ที่ใช้ดีเวอร์ๆ theskinlist หลักๆต้านแก่+กดเม็ดสีฝ้า กระ ชั้นลึก ชั้นตื้น+ลดรอยสิว ใช้จะหมดขวดแล้ว ลดรอยสิว เห็นผลไวมากๆ เนื้อดีชห ทาแล้วซึมหายไปเลย ตอนใช้ไปครึ่งขวดนะ โดนทักว่าหน้าขาวมากกก

ในบรรดาลิปบำรุงที่เคยใช้ กล้าพูดเลยว่าลิปออยล์ Panpuri แบรนด์ไทยนี่แหละ ตัวแม่ ตัวปัง ปากชุ่มชื้น 12 ชั่วโมงไม่เกินจริง ใครนึกไม่ออก ฟีลคล้ายลิป Dior Maximizer แต่หนึบกว่า ทากลางคืน หนึบยันเช้า 12 ชม.ไม่เกินจริง

สุดท้าย ดีจนลืมว่าไม่ใช่ คสอ. สกค. ขอไว้ในนี้ด้วยได้มั้ยย ใช้ Diffuser มาเยอะมากก อวย Karmakamet บ่อย เหมือนเป็นหุ้นส่วน ดีมากทุกมิติ ชอบ กลิ่น Joy ทัชใจที่สุดดด หอมฟุ้ง กระจายตัวไกลมากกก พิมเสน+มิ้นท์ ลาเวนเดอร์ปลาย หอมเย็น สดชื่น โคตรสปา โคตร Relax

#รีวิวกับLemon8 #รีวิวเครื่องสําอาง #รีวิวสกินแคร์ #รีวิวบิวตี้ #ใช้ดีบอกต่อ #review #รีวิวของดีบอกต่อ #แบรนด์ไทย #Howtobeauty #เครื่องสําอาง

กรุงเทพมหานคร
2024/6/27 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชคำว่า “รีวิว” แล้วอยากได้โพสต์แบบอ่านจบแล้วตัดสินใจง่าย เรามาสรุปวิธีเลือก + วิธีใช้ของแต่ละหมวดจากที่ลองเอง (แนวเดียวกับของที่รวมไว้ในโพสต์) เผื่อช่วยให้หยิบไปใช้ได้จริงมากขึ้น 1) น้ำหอม (เช่น Journal) เวลาอ่านรีวิวน้ำหอม เราจะดู 3 อย่าง: โทนกลิ่น, ความติดทน, และ “ซิลาจ/การฟุ้ง” ถ้าชอบแนวติดทนแบบประทับใจเหมือนเล่ามา แนะนำให้ลองฉีดบนผิวจริง ไม่ใช่แค่กระดาษ เพราะเคมีผิวทำให้กลิ่นเปลี่ยนได้ ทริคคือฉีดจุดชีพจร (ข้อมือ/ข้อพับแขน/หลังหู) แล้วอย่าถูข้อมือ จะทำให้โน้ตเพี้ยนง่ายขึ้น 2) บอดี้ออยล์ (เช่น Overnaked Body Oil & Skin Treatment) ออยล์ที่ทำให้ผิว “หอมแพง” และยังเอาอยู่ตอนอากาศแห้งมาก ๆ เราว่าต้องทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาด จะล็อกความชื้นได้ดีกว่า ถ้ากลัวเหนอะ ให้ผสมกับโลชั่น 1:1 ก่อนทา หรือทาเฉพาะจุดแห้ง (หน้าแข้ง/ศอก) จะได้ผิวฉ่ำแต่ไม่มันเยิ้ม 3) บำรุงผม (เช่น Go Hair ORIGINAL SILKY SEAWEED NUTRIENTS) ของบำรุงผมที่ “เปลี่ยนผมพังเป็นผมปัง” ส่วนใหญ่ใช้ถูกจังหวะคือกุญแจ: หลังสระซับหมาด แล้วลงครีมบำรุงกลางผมถึงปลาย (ไม่เน้นโคน) จากนั้นค่อยไดร์ลมอุ่นปิดท้ายลมเย็น ผมจะเรียงเส้นและดูเงาขึ้น ถ้าผมชี้ฟูมาก เพิ่มอีกนิดตอนผมแห้งเฉพาะปลายได้เลย 4) ผลัดเซลล์/ดูแลสิวอุดตัน (เช่น BHA FYNE) สายสิวอุดตันจะอินกับ BHA มาก แต่ทริคคือเริ่มช้า ๆ ก่อน: 2-3 คืน/สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มตามผิว ถ้ามีช่วง “สิวดัน” แบบไม่อักเสบ ถือว่าเจอได้ แต่อย่าลืมตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และตอนเช้าทากันแดดสม่ำเสมอ เพราะผิวไวแดดขึ้นง่าย 5) มอยส์ตอนเช้าก่อนแต่งหน้า (เช่น Clear Nose MOIST SKIN BARRIER MOISTURIZING GEL) มอยส์ที่เหมาะกับเช้า ๆ สำหรับคนไทย เราชอบเนื้อเจลที่ไม่เหนียวและคุมมันได้ วิธีใช้คือทาบาง ๆ แล้วรอเซ็ต 2-3 นาทีค่อยลงกันแดด/เมคอัพ จะช่วยลดคราบและการเป็นขุยมาก โดยเฉพาะวันที่แต่งหน้าหนัก 6) เซรั่มรอยสิว/ฝ้า/กระ (เช่น The Skinlist ADVANCED WHITE SERUM) ถ้าหวังเรื่องรอยสิวและจุดด่างดำ ให้ถ่ายรูปก่อนเริ่มใช้ไว้เทียบทุก 2 สัปดาห์ จะเห็นความต่างชัดขึ้น เราจะทาหลังล้างหน้า-โทนเนอร์ (ถ้ามี) แล้วตามด้วยมอยส์ เน้นสม่ำเสมอมากกว่าทาหนา ๆ และอย่าลืมกันแดด ไม่งั้นรอยกลับมาไว 7) งานผิว (เช่น คุชชั่นหมอพงศ์) คุชชั่นที่ให้ฟีลเหมือนรองพื้น เราจะลงแบบบาง ๆ ทีละชั้น ใช้พัฟกด-ซับ ไม่ปาด แล้วค่อยเพิ่มตรงที่ต้องการปกปิด จะได้ผิวเนียนแต่ยังดูเป็นผิวจริง วันไหนเป็นสิวง่าย เลี่ยงการกดซ้ำจุดเดิมแรง ๆ และล้างพัฟบ่อย ๆ จะช่วยลดการอุดตัน 8) ลิปทินท์/ลิปออยล์ (เช่น Meilinda Water Glowy Tint, Panpuri Nourishing Lip Tint Oil) ถ้าอยากได้ปากฉ่ำแต่สีชัดแบบรีวิว ให้เริ่มด้วยทินท์บาง ๆ แล้วทับลิปออยล์ด้านบน จะได้ทั้งสีและความชุ่มชื้นยาว ๆ กลางคืนถ้าปากแห้งมาก ทาลิปออยล์หน่อยแล้วนอน ตื่นมาปากนุ่มขึ้นจริง (แต่คนแพ้ง่ายควรเทสต์ก่อน) 9) ก้านหอม/ดิฟฟิวเซอร์ (เช่น Karmakamet กลิ่น Joy) ทริคให้กลิ่นฟุ้งกำลังดีคือเริ่มด้วยก้านน้อย ๆ ก่อน (เช่น 3-4 ก้าน) แล้วค่อยเพิ่มตามขนาดห้อง ถ้าอยากให้หอมสม่ำเสมอ ให้กลับก้านสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และวางในจุดที่ลมผ่านเล็กน้อย กลิ่นจะกระจายตัวสวย หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้ “อ่านรีวิวแล้วเลือกได้จริง” มากขึ้น ใครผิวแบบไหน/ปัญหาอะไร (สิวอุดตัน ผิวมัน ผิวแห้ง ปากแห้ง ผมเสีย) บอกได้ เดี๋ยวช่วยแนะนำวิธีใช้ให้เข้ากับรูทีนของตัวเองค่ะ

ค้นหา ·
สกินแคร์แบรนด์ไทย

12 ความคิดเห็น

รูปภาพของ แป้งปะลิน팡 파린
แป้งปะลิน팡 파린

Journal โดนตกเพราะกลิ่นยังฟุ้งในกระเป๋าเหมือนกันเลยค่ะ หอมมากๆๆ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ ningy
ningy

the skinlist ซื้อที่ที่ไหนคะ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม