Automatically translated.View original post

Invest shares exactly ep 3: What are all 6 types of stocks? 🤔

Part 3 is here, with the topic of getting friends to know the major stock groups to see which one suits us best. These things we've learned from 21 days challenge trading stocks to ✨

In ep 3, we'll take friends to see what the six types of stocks look like, how much risk they're taking, and how much profit they're making:

📈 Slow Growers

📈 Stalwarts.

📈 Fast Growers

📈 Cyclical.

Turnaround

📈 Asset Play

After reading the data, what group of shares are you interested in investing in? Because of what reason? Come to share in the comments. 🤗

👉 Invest the stock exactly ep 1 (SET Index type) 👈

👉 investing stock exactly ep 2 (investment style) 👈

👉Invest the stock exactly ep 4 (CANSLIM)👈

👉Invest the stock exactly ep 5 (stop lossoms)👈

# Rookie stock # What is good investment? # New investment # Financial knowledge # Investment

2025/4/20 Edited to

... Read moreหลายคนถามเรื่อง “ประเภทหุ้น” เพราะอยากตามเทรนด์ให้ทัน แต่ไม่อยากซื้อแบบเดาสุ่ม เราเลยลองทำเช็กลิสต์ง่ายๆ จาก 6 ประเภทหุ้นนี้ไว้ใช้ก่อนตัดสินใจซื้อจริง ช่วยให้รู้ว่าหุ้นที่กำลังฮิตอยู่เข้ากับเราไหม และควรระวังตรงไหน 1) Slow Growers (โตช้า) แนวนี้มักเป็นธุรกิจค่อนข้างอิ่มตัว โตไม่หวือหวา แต่เด่นเรื่องความสม่ำเสมอและเงินปันผล (บางตัวปันผลดีจริง) เรามองว่าเหมาะกับคนที่อยาก “ถือสบายใจ” รับกระแสเงินสด และไม่ซีเรียสว่าราคาจะพุ่งแรง จุดที่ต้องเช็กคือบริษัทเริ่มถดถอยไหม และปันผลมาจากกำไรจริงหรือแค่จ่ายเพื่อพยุงความเชื่อมั่น 2) Stalwarts (ตัวใหญ่มั่นคง) เป็นหุ้นผู้นำตลาด โตเรื่อยๆ แบบพอดีๆ ความเสี่ยงกลางๆ เหมาะกับคนที่อยากตามเทรนด์แบบปลอดภัยขึ้น เพราะเวลาตลาดผันผวน หุ้นกลุ่มนี้มักทนกว่า ตัวอย่างภาพจำคือแบรนด์ที่คนใช้เยอะๆ สิ่งที่เราชอบทำคือดูส่วนแบ่งตลาด ความสามารถขึ้นราคา และกำไรขั้นต้นว่าคงที่ไหม 3) Fast Growers (โตเร็ว) สายนี้มักเป็นหุ้นที่คนพูดถึงในช่วง “ตามเทรนด์หน่อย” เพราะเนื้อเรื่องการเติบโตสนุกมาก ผลตอบแทนอาจสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม (High Return, High Risk) ปันผลมักน้อยเพราะเอากำไรไปขยายธุรกิจ เราแนะนำให้เช็ก 3 เรื่อง: โตจากรายได้จริงไหม, กำไรเริ่มตามมาหรือยัง, และมูลค่าหุ้นแพงเกินพื้นฐานหรือเปล่า 4) Cyclical (วัฏจักร) ยอดขาย/กำไรขึ้นลงตามเศรษฐกิจ ฤดูกาล หรือวัฏจักรสินค้า เหมาะกับคนที่รับความผันผวนได้และชอบจับจังหวะ (Market Timing) เวลาเทรนด์เศรษฐกิจดี หุ้นกลุ่มนี้อาจวิ่งแรง แต่ถ้าเศรษฐกิจชะลออาจลงไว วิธีที่เราใช้คือดูรอบอุตสาหกรรม + เปรียบเทียบกำไรกับช่วงพีค/ช่วงตก เพื่อไม่เผลอซื้อบนยอดเขา 5) Turnaround (ฟื้นตัว) เป็นหุ้นที่เคยแย่จนคนไม่เชื่อแล้ว แต่ถ้าธุรกิจ “กลับมาได้จริง” โอกาสทำกำไรสูงมาก ข้อควรระวังคือข่าวดีลวง/ฟื้นตัวชั่วคราว เรามักดูสัญญาณง่ายๆ เช่น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวก หนี้ลดลง หรือมีแผนปรับโครงสร้างที่ทำได้จริง 6) Asset Play (ทรัพย์สินซ่อนอยู่) แนวนี้คือบริษัทที่มีมูลค่าทรัพย์สิน/สิทธิ์บางอย่างที่ตลาดยังไม่ให้ราคา (Undervalued, Low Recognition) เหมาะกับคนที่ชอบประเมินมูลค่าและทำการบ้านหนักๆ เช่น ที่ดิน สิทธิบัตร เงินลงทุนในบริษัทย่อย ฯลฯ ทริคของเราคือดูงบดุลละเอียด และถามตัวเองว่า “ถ้าขายทรัพย์สินออกมาจริง จะได้มูลค่าใกล้เคียงที่คิดไหม?” สรุปวิธีเลือกให้เข้ากับตัวเอง (ฉบับเร็ว) - อยากสบายใจ/เน้นสม่ำเสมอ: Slow Growers, Stalwarts - อยากตามเทรนด์และรับความผันผวนได้: Fast Growers, Cyclical - ชอบลุ้นแต่ต้องมีเหตุผลรองรับ: Turnaround - ชอบสายมูลค่า ทำการบ้านงบการเงิน: Asset Play สุดท้ายเราแนะนำให้เลือก “ประเภท” ก่อน แล้วค่อยคัดหุ้นรายตัว จะช่วยไม่หลุดธีมการลงทุน และลดโอกาสซื้อเพราะกระแสอย่างเดียวค่ะ