เงินเดือนเท่านี้ไม่ควรมีหนี้เกินเท่าไหร่??

2025/3/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเพื่อนๆ ถามว่า “เงินเดือนเท่านี้ไม่ควรมีหนี้เกินเท่าไหร่?” ฉันมักจะให้ดูเป็น “ภาระผ่อนต่อเดือนเทียบรายได้” ก่อน เพราะมันสะท้อนสภาพคล่องได้ชัดสุด (ยิ่งถ้ารายได้ยังไม่นิ่งแบบเด็กจบใหม่) ตารางที่ฉันใช้จำง่ายๆ คือ 3 ระดับตามสัดส่วนรายได้ต่อเดือน - โซนสบาย: ไม่เกิน 15% ของรายได้ (เหมาะกับหนี้จำเป็น/หนี้ก้อนเล็ก) - โซนพอดี: ประมาณ 30% ของรายได้ (หลายคนอยู่ระดับนี้ ถ้ารายจ่ายคุมได้) - โซนเสี่ยง: ใกล้ 50% ของรายได้ (ต้องระวังมาก เริ่มกระทบเงินออม/ฉุกเฉิน) ลองเอาไปเทียบกับโจทย์ตัวอย่างที่เจอบ่อย (คิดเป็น “ภาระหนี้รวมต่อเดือน”) - รายได้ 30,000 ผ่อน 10,500 = 35% → เกินโซนพอดี เริ่มตึง ควรลดภาระ - รายได้ 35,000 ผ่อน 14,000 = 40% → เสี่ยงมากขึ้น ต้องคุมค่าใช้จ่ายและหยุดก่อหนี้เพิ่ม - รายได้ 40,000 ผ่อน 18,000 = 45% → ใกล้ 50% แล้ว กระทบเงินออมแน่ๆ ถ้าไม่มีเงินสำรอง - รายได้ 45,000 ผ่อน 22,500 = 50% → แตะเส้นแดง ควรรีไฟแนนซ์/รวมหนี้/ปรับแผนทันที ทริคที่ฉันแนะนำให้เช็กตัวเองเพิ่ม (เพราะเปอร์เซ็นต์อย่างเดียวอาจหลอกได้) 1) หลังผ่อนหนี้แล้วยังเหลือ “เงินออมจริง” ไหม: ถ้าออมไม่ได้ต่อเนื่อง แปลว่าภาระเริ่มหนักเกิน 2) มีเงินฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือนหรือยัง: ถ้ายังไม่มี แต่ผ่อนเกิน 30% ฉันถือว่าเสี่ยง 3) แยก “หนี้ดี” กับ “หนี้บริโภค”: หนี้บ้าน/รถ (จำเป็น) ยังพอวางแผนได้ แต่บัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลควรกดให้ต่ำที่สุด สำหรับเด็กจบใหม่ (เช่นวางแผนเงินเดือนปี 2569) ถ้ารายได้เริ่มต้นยังมีโอกาสเปลี่ยนงาน/ย้ายที่อยู่ ฉันจะตั้งเป้าเข้มขึ้นคือพยายามคุมภาระหนี้ไม่เกิน 15–25% ก่อน เพื่อให้มีพื้นที่เก็บเงินฉุกเฉิน ซื้อประกันที่จำเป็น และลงทุนแบบไม่เครียด ถ้าตอนนี้เกิน 30% แล้ว ทำได้ 3 อย่างแบบง่ายๆ: (1) หยุดเพิ่มหนี้ใหม่ 1–3 เดือน (2) โปะหนี้ดอกสูงก่อน (บัตร/สินเชื่อ) (3) ถ้ามีหลายก้อน ลองรวมหนี้หรือรีไฟแนนซ์ให้ค่างวดลดลง เพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่โซนพอดี

ค้นหา ·
ไม่ควรมีหนี้กี่เปอร์เซ็น