ใครกำลังหลงทางในชีวิต ขอให้ลองทำตามหนังสือเล่มนี้ ✨
เราเป็นคนนึงที่คิดว่าตัวเองอยู่ในช่วง Mid-life crisis ไม่รู้ว่าตัวเองใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร งานที่ทำอยู่ก็รู้สึกไม่สนุก เหมือนขาดเป้าหมายและแรงบัลดาลใจในการใช้ชีวิต 😔
พอดีช่วงนี้ได้ยินคนพูดถึงการทำ Manifest แล้วก็การตั้งเป้าหมายช่วงปีใหม่ เลยถือโอกาสหาหนังสือมาอ่าน พร้อมตั้งเป้าหมายสำหรับปีนี้และอนาคตไปเลย
การทำ Manifest ตามหนังสือนั้น คือ
1. มองภาพอนาคต ชีวิตที่อยากจะเป็นให้ชัดเจน โดยการแบ่งชีวิตออกเป็นส่วนๆ แล้วลองจินตนาการดูว่าเราอยากเป็นคนแบบไหนในแต่ละด้าน
อาจจะเริ่มจากการเขียนก่อน แล้วค่อยทำ vision board ออกมาดูว่าสิ่งต่างๆที่เราอยากเป็น อยากทำ มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร
(อยากจะแชร์นิดนึงว่า ตอนเราทำเสร็จ เรา happy นะ มันทำให้เรามองเห็นชัดขึ้นว่าอนาคตของเราภาพมันเป็นยังไง)
2. เชื่อว่า *เรามีค่าควรได้รับสิ่งนั้น* ให้คิดไปเลยโดยไม่มีอคติใดๆ เพราะฉนั้นฝันให้ไกลอย่าได้ยั้ง ทุกๆครั้งที่เรามีความคิดในแง่ลบหรือบั่นทอน ให้เปลี่ยนไปคิดว่า…แล้วถ้าทำได้หละ แล้วถ้ามันสำเร็จหละ แทนความคิดลบเหล่านั้น
3. ปรับพฤติกรรมและลงมือทำเพื่อให้เราได้มาในสิ่งที่เราคาดหวัง ถ้ายังมีความกลัวอยู่ ขอให ้แกล้งทำมันไปจนคุณกลายเป็นสิ่งนั้น
4. ‘บางครั้งเราชนะ บางครั้งเราได้บทเรียน’ ขอให้เอาชนะบททดสอบต่างๆที่เข้ามาในชีวิต ถึงแม้ว่าบางทีเราอาจจะล้มเหลว จงเชื่อว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่ข้างหน้าเสมอ จงรักษาพลังงานของตัวเองเอาไว้ และก้าวเดินต่อไป
5. เราต้องสำนึกรู้คุณ (ขอบคุณ) ในสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความชัดเจนในภาพความคิดและสิ่งที่เราจะไปให้ถึง
(ตอนนี้ เราเริ่มทำ Thank you tracking โดยการเขียนขอบคุณ 3 สิ่งทุกๆวัน มันทำให้เราจบวันได้อย่าง Happy มากขึ้นเยอะเลย)
6. เปลี่ยนความอิจฉาเป็นแรงบัลดาลใจ
เมื่อเราเริ่มอิจฉาใคร ให้เริ่มจากการตระหนักรู้ ขจัดความละอายใจหรือความกลัวออกไป เริ่มเรียนรู้จากมัน และเปลี่ยนมันให้เป็นแรงบัลดาลใจ
7. ปล่อยวาง และวางใจในจักรวาล หลังจากที่คุณทำทั้ง 6 ข้อมาแล้ว ก็ขอให้ปล่อยว่าง อย่าเร่งรัด และอย่ายอมแพ้ไปซะก่อน เพราะนี่ก็ถือเป็นบททดสอบอีกอย่างหนึ่งของคุณเช่นกัน
ขอให้ทุกคน หาเป้าหมายของตัวเองให้เจอ และทำมันให้เป็นจริงให้ได้นะคะ 💛
#หนังสือน่าอ่าน #จิตวิทยา #จิตวิทยาพัฒนาตนเอง #เรื่องนี้ดีต่อใจ #ติดเทรนด์ #เรื่องใจฟู
Manifest คืออะไร (ในแบบที่เราเข้าใจหลังลองทำจริง) Manifest คือ “กระบวนการตั้งเจตนา + ปรับความคิด + ลงมือทำ” เพื่อพาตัวเองไปใกล้ชีวิตที่อยากได้ ไม่ใช่การนั่งขอจักรวาลเฉยๆ แล้วทุกอย่างจะตกมาหาเราแบบปาฏิหาริย์นะคะ แต่เป็นการทำให้เรา “ชัด” ขึ้นว่าอยากไปทางไหน แล้วค่อยๆ จัดการตัวเองให้เดินไปทางนั้นได้จริง หลายคนพอค้นหา manifest คือ อะไร มักสับสนกับคำว่า “กฎแรงดึงดูด” (Law of Attraction) ซึ่งก็เกี่ยวกัน แต่จากที่เราอ่านหนังสือและลองทำ 7 ขั้นตอน สิ่งที่เห็นชัดคือ ถ้าเราไม่ลงมือปรับพฤติกรรม ไม่สร้างระบบเล็กๆ ในชีวิต มันไม่เกิดผลลัพธ์ค่ะ สิ่งที่เราเพิ่มจาก 7 ขั้นตอน เพื่อให้เริ่มได้ทันที (เหมาะกับคนกำลังหลงทาง) 1) ตั้งเป้าหมายแบบ “จับต้องได้” ก่อน ตอนแรกเราชอบฝันใหญ่ แต่พอใหญ่เกินจะรู้ว่าจะเริ่มตรงไหน สุดท้ายก็ท้อ เราเลยลองแบ่งเป็น 4 ด้านตามที่หนังสือชวนคิด เช่น การงาน/การเงิน, การพัฒนาตัวเอง, ความรัก/ความสัมพันธ์, สุขภาพ แล้วเลือก “1 เรื่องสำคัญสุด” ในแต่ละด้านพอ เช่น - การงาน: อยากย้ายสายงานไปงานที่สนุกขึ้น - สุขภาพ: เดินให้ได้วันละ 6,000 ก้าว พอเป้าหมายไม่เยอะ เราเริ่มทำได้จริง 2) Vision board ทำได้ แต่ต้องมี “รายการลงมือทำ” คู่กัน Vision board ช่วยให้ภาพอนาคตชัดและรู้สึกมีแรง แต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตขยับคือ To-do ที่เล็กมากๆ เช่น - สมัครคอร์ส/อัปเดตเรซูเม่ 30 นาที - ทักเพื่อนที่ทำงานสายเดียวกันเพื่อขอคำแนะนำ เราชอบทำเป็น “1 เป้าหมาย = 3 การกระทำเล็กๆ” จะไม่ล้นค่ะ 3) เทคนิคเปลี่ยนความคิดลบให้กลับมาอยู่กับเกม ข้อที่หนังสือแนะนำว่าให้เปลี่ยนจาก “คงทำไม่ได้” เป็น “แล้วถ้าทำได้ล่ะ?” เราลองใช้จริงช่วงเครียดๆ โดยเพิ่มประโยคต่อท้ายว่า - “ถ้าทำได้…ฉันต้องทำอะไร 1 อย่างวันนี้?” มันช่วยดึงเรากลับมาที่การกระทำ แทนการวนอยู่กับความกลัว 4) Thank you tracking แบบไม่เฟค เราเคยเขียนขอบคุณแบบฝืนๆ แล้วไม่รู้สึกอะไร เลยเปลี่ยนเป็น “ขอบคุณ 3 สิ่ง + เพราะอะไร” เช่น - ขอบคุณที่วันนี้ได้เดินออกไปซื้อกาแฟ เพราะทำให้หัวโล่ง - ขอบคุณที่ได้คุยกับเพื่อน เพราะรู้สึกไม่โดดเดี่ยว เขียนแค่นี้แต่ก่อนนอนใจสงบขึ้นจริง 5) ปล่อยวางไม่ใช่ไม่ทำ ขั้นตอน “ปล่อยวางและวางใจในจักรวาล” สำหรับเราแปลว่า ทำส่วนที่ควบคุมได้ให้เต็มที่ แล้วหยุดเร่งผลลัพธ์ เช่น ตั้งเวลาตรวจเช็กความคืบหน้าอาทิตย์ละครั้ง แทนการคิดทั้งวันว่าเมื่อไหร่จะสำเร็จ ถ้าคุณกำลังหลงทาง ลองเริ่มจากข้อ 1 กับข้อ 5 ก่อนก็ได้ค่ะ: ทำเป้าหมายให้เล็กและชัด แล้วปิดวันด้วย thank you tracking สัก 7 วัน คุณจะเห็นทิศทางตัวเองชัดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป








สรุปดีมากครับ 👍