ขอสารภาพตรงๆ mindset การเลือกรองพื้นของเรา เปลี่ยนไป..‼️
.
.
##MadeForMore##EsteeLauderDoubleWear##EsteeLauderTravelRetail @kingpower
ถ้าใครกำลังหา “รองพื้น Estee Lauder Double Wear รีวิว สี” แล้วลังเลว่าจะเลือกเฉดไหน หรือกลัวว่ารุ่นนี้จะหนาตึ้บเหมือนที่หลายคนคิด บอกเลยว่าเราเคยคิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แต่พอได้ลองแล้ว mindset เปลี่ยนจริงๆ เพราะมันสามารถทาให้บางเบาและดูเป็นผิวได้ ขึ้นอยู่กับวิธีลงและการเตรียมผิวมากๆ เรื่องสี เราใช้ “Bone 1W1” ซึ่งเป็นโทนค่อนข้างสว่างที่มีอันเดอร์โทนเหลือง (W = warm) เหมาะกับคนที่ผิวโทนเหลือง/ผิวไทยหลายๆ คนที่ไม่ชมพูมาก เวลาเลือกสีเราแนะนำให้ดู 3 อย่างพร้อมกัน: 1) ความสว่างของหน้าเทียบคอ 2) อันเดอร์โทน (เหลือง/ชมพู/นิวทรัล) 3) สภาพผิวหลังผ่านไป 1-2 ชั่วโมง เพราะบางรองพื้นจะดรอประหว่างวันนิดหน่อย การลองแต้มที่กรอบหน้าแล้วเดินดูแสงธรรมชาติจะช่วยมากค่ะ เทคนิคที่ทำให้ Double Wear ดู “ผิวดี” ไม่หนา: - เตรียมผิวให้ชุ่มก่อนเสมอ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและข้างจมูก ถ้าผิวแห้งจะเห็นแป้งชัด - ลงทีละน้อย เริ่มจากกลางหน้าแล้วค่อยๆ เบลนด์ออกขอบหน้า รุ่นนี้เม็ดสีแน่น แค่ครึ่งปั๊มก็ทั่วหน้าได้แล้วสำหรับลุคประจำวัน - ถ้าอยากได้ลุคบางๆ ใช้นิ้วหรือฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ จะได้งานผิวมากกว่าการใช้แปรงแน่นๆ - จุดที่ต้องปกปิดเพิ่ม (รอยสิว/ใต้ตา) ค่อยแต้มซ้ำเฉพาะจุด ไม่จำเป็นต้องทาทับทั้งหน้า ฟินิชของ Estee Lauder Double Wear จะออกแนวผิวเนียนและติดทน เหมาะกับวันที่ต้องออกไปข้างนอกนานๆ หรืออยู่ในห้องแอร์สลับข้างนอก แต่ถ้าอยากให้ดูสกินไลค์แบบ “คนทักว่าผิวดีจัง” มากกว่า “ใช้รองพื้นอะไร” ให้เซ็ตแป้งเฉพาะจุดที่มันง่าย เช่น ทีโซน แล้วปล่อยแก้มให้มีความฉ่ำนิดๆ จะดูเป็นธรรมชาติขึ้นค่ะ สรุปสำหรับคนกำลังตัดสินใจ: รุ่นนี้ไม่ได้จำเป็นต้องหนาเลย ถ้าลงถูกวิธีจะได้ลุคเนื้อเบา ทาแล้วไปไหนก็ได้ และสี Bone 1W1 เป็นตัวเลือกที่น่าเริ่มสำหรับสายโทนเหลืองที่อยากได้ผิวสว่างแบบไม่ลอย













































