😱รีบเช็กกันก่อน ฝากแชร์เตือนภัยกันออกไปนะ 😭‼️
#เช็คจุดเสี่ยงน้ำท่วม #เชียงรายน้ําท่วมหนักมาก #น้ําท่วมกรุงเทพ #ampossible #ทริคดีๆ #รอบรู้ไอที #รู้หรือไม่tiktokuni #บันเทิงtiktok #เตือนภัยใกล้ตัว #คนไทยรู้ทัน #แอพดีบอกต่อ #ai
ใครที่กำลังหาวิธี “เช็กน้ำท่วมแบบเรียลไทม์” เราแนะนำให้ลองใช้ Google Flood Hub เพราะมันเป็นแผนที่ข้อมูลน้ำท่วมที่ดูง่ายมาก และที่ชอบคือมีภาษาไทยด้วย เหมาะกับช่วงที่ฝนตกหนักหรือมีข่าวน้ำหลาก จะได้เช็กก่อนออกจากบ้าน/ก่อนเดินทางไกล วิธีเข้าไปเช็กแบบเรียลไทม์ (ทำตามนี้ได้เลย) 1) เปิด Google แล้วพิมพ์คำว่า “Google Flood Hub” 2) เข้าเว็บ Flood Hub ของ Google Research (เป็นหน้าที่มีแผนที่และชั้นข้อมูลน้ำท่วม) 3) กด “เปลี่ยนภาษา” แล้วเลือก “ไทย” ถ้าเครื่องยังไม่ขึ้นไทยอัตโนมัติ 4) ซูมเข้าไปที่จังหวัด/อำเภอ/พื้นที่ที่อยากดู เช่น กรุงเทพฯ เชียงราย หรือเส้นทางที่จะเดินทางผ่าน อ่านสีบนแผนที่ยังไงให้เข้าใจเร็ว - จุดแดง = ท่วมหนัก/น้ำหลากรุนแรง (ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นก่อน) - จุดส้ม = เสี่ยงท่วม (อาจเริ่มมีผลกระทบ ควรเผื่อเวลาและหาทางเลือก) - จุดฟ้า = ปลอดภัยกว่า/ความเสี่ยงต่ำกว่า (ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสท่วม 100% แต่ถือว่าดีกว่าจุดแดง/ส้ม) ทริคที่เราใช้จริงเวลาเช็ก “ข้อมูลน้ำท่วมเรียลไทม์” - เช็ก 2 รอบ: รอบแรกดูพื้นที่บ้าน/ที่ทำงาน รอบสองดู “เส้นทาง” ที่ต้องผ่าน เพราะบางทีจุดท่วมไม่ได้อยู่ปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทาง - กดดูรายละเอียดตามจุด/ตามแม่น้ำ: บางหน้าจะมีข้อมูลแนวโน้มและตัวเลขการไหลของน้ำ (หน่วยลูกบาศก์เมตร/วินาที) ช่วยให้เรารู้ว่ากำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง - ถ้าจะไปต่างจังหวัด ให้ดูช่วง “ภายในวัน/ภายในวันที่…” ที่ระบบคาดการณ์ไว้ แล้วตัดสินใจเลื่อนเวลาเดินทางได้ทัน ข้อควรรู้ (เพื่อไม่ให้พลาด) ข้อมูลแบบเรียลไทม์เป็นตัวช่วยตัดสินใจที่ดี แต่เราแนะนำให้เช็กควบคู่กับประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และดูสภาพฝนจริงด้วย เพราะบางจุดน้ำมาเร็วมาก โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำ/ทางลุ่มต่ำ สุดท้าย ถ้าเช็กแล้วเจอพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้แคปหน้าจอส่งให้คนในบ้านหรือเพื่อนที่อยู่แถวนั้นด้วย เราว่ามีประโยชน์มากในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วม และช่วยกันเตือนภัยได้ทันค่ะ






ขอบคุณนะมีประโยชน์มากเลย