อ่านเจอมา เลยอยากมาบอกต่อสิ่งดีๆค่า
เราเป็นคนนึงที่ชอบอ่านหนังสือนะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาเลย แล้วเป็นคนชอบฟัง podcast เลยลองหันมาฟังสรุปหนังสือดูบ้าง ชอบมากกก ทุกวันนี้เปิดฟังทุกวัน วนๆไป เล่มไหนชอบมากๆ ก็จะไปซื้อเป็นเล่มเต็มๆ มาอ่าน
นี่รู้สึกว่า มันดีตรงที่ เราได้รู้เนื้อหาก่อน ว่าตรงจริตเรามั้ย ชอบก็ค่อยไปซื้อเป็นเล่ม
วันนี้เราเลยมารวมช่องสรุปหนังสือใน youtube ที่เราชอบฟัง เผื่อหลายๆคนกำลังมองหาอยู่
🩵1. The Library ชอบมากก ชอบเสียงคุณไลอ้อน 555 ฟังแล้วได้พลังดี ฟังก่อนนอนก็คือหลับสบายดี เสียงนุ่ม จับใจความดีมาก สรุปเข้าใจ ไม่งง
💜2. Mission to the moon เป็นช่องที่หลากหลายมาก จิงๆชอบหลายลิส แต่ในส่วนของสรุปหนังสือ ก็เข้าใจง่ายดี ฟังง่าย เสียงไม่น่าเบื่อ ฟังแล้วได้คิดตามไปด้วย
💚3. Roundfinger Channel พูดถึงหนังสือ จะไม่มีช่องนิ้วกลมได้ยังไง นี่ชอบมาก รายการ have a nice day เป็นไลฟ์ที่เหมือนมาอ่านหนังสือ คุยเรื่องหนังสือ แต่นี่ไม่ได้ดูไลฟ์ มาดูย้อนเอา เพลินมาก คือแทบไม่ต้องซื้อก็ได้อ่ะ ชอบสไตล์การเล่าของพี่เอ๋มาก
❤️4. The book teller เปนคลิปสรุปหนังสือที่เข้าใจง่าย ชอบมีมุก แต่ก็ไม่ได้ขำนะ 55555555 แต่คลิปไม่ยาว ชอบ หนังสือแนวๆพัฒน าตัวเอง
อันนี้เป็น 4 ช่องที่เราชอบฟัง ใครมีช่องไหนที่ฟังเพลินๆ เข้าใจง่าย แนะนำได้นะคะ 📚📖
#แนะนำช่องยูทูปน่าฟัง #ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #ยูทูป #podcast
ถ้าใครกำลังหา Mission to the Moon YouTube หรือ The BookTeller เพื่อฟังสรุปหนังสือแบบเข้าใจง่ายๆ เราขอแชร์ “วิธีฟังให้คุ้ม” จากประสบการณ์ตัวเองหน่อย เพราะตอนแรกเราก็เปิดฟังไปเรื่อยๆ สนุกดี แต่พอทำตามนี้แล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์กว่าเดิมมาก
1) เลือกตามเป้าหมาย ไม่ใช่เลือกตามกระแส
เวลาเข้าไปที่ Mission to the Moon YouTube เราจะดูว่าอยากได้อะไร: พัฒนาตัวเอง, การทำงาน, ความคิด/การใช้ชีวิต หรือสรุปหนังสือเล่มดังๆ ถ้าวันไหนสมองล้าๆ เราจะเลือกคลิปที่เป็นสรุปแนวคิดสั้นๆ ฟังง่าย แล้วค่อยเก็บคลิปยาวไว้วันหยุด
2) ใช้ The BookTeller เป็น “ตัวกรอง” ก่อนซื้อหนังสือ
ข้อดีของ The BookTeller คือเล่าไว กระชับ และส่วนใหญ่เป็นแนวพัฒนาตัวเอง เราชอบใช้เป็นด่านแรกเพื่อเช็กว่า “ภาษา/แนวคิด” ตรงจริตไหม ถ้าฟังแล้วรู้สึกอยากกลับไปทบทวนหลายรอบ อันนี้มักเป็นสัญญาณว่าควรซื้อเล่มเต็มมาอ่าน (ประหยัดเงินจากการซื้อแบบตามรีวิวได้เยอะมาก)
3) เทคนิคฟังแล้วจำได้: จด 3 บรรทัด + ทำ 1 ข้อ
หลังฟังจบ เราจะจดสรุปแค่ 3 บรรทัดพอ เช่น “แก่นคืออะไร / ตัวอย่างที่ชอบ / จะเอาไปทำอะไร” แล้วบังคับตัวเองเลือก 1 ข้อไปลองทำทันที เช่น ปรับวิธีวางแผนงาน, เปลี่ยนรูทีนก่อนนอน หรือทดลองนิสัยเล็กๆ 7 วัน วิธีนี้ทำให้สรุปหนังสือไม่ใช่แค่ฟังเพลิน แต่กลายเป็นสิ่งที่ใช้ได้จริง
4) ฟังเวลาไหนเวิร์กสุด (สำหรับเรา)
- ตอนทำงานบ้าน/ล้างจาน: เหมาะกับคลิปสรุปที่ไม่ซับซ้อนอย่าง The BookTeller
- ตอนเดินทาง: เหมาะกับ Mission to the Moon YouTube เพราะเนื้อหาหลากหลาย ฟังได้ยาวๆ
- ก่อนนอน: เราจะเลือกเสียงนุ่มๆ แนวเล่าเพลิน เพื่อให้สมองค่อยๆ ปิดโหมดคิด
5) ตั้งเพลย์ลิสต์ส่วนตัว แยกตามอารมณ์
เราแยกเพลย์ลิสต์ไว้ 3 แบบ: “เพิ่มพลัง”, “คิดตาม”, “หลับสบาย” พอทำแบบนี้ เวลาอยากหาอะไรฟังจะไม่เสียเวลาค้น และกลับไปวนฟังคลิปที่ชอบได้ง่าย
สุดท้ายถ้าใครเริ่มจากศูนย์ เราแนะนำให้เริ่มจาก 1 ช่องก่อน เช่น Mission to the Moon YouTube หรือ The BookTeller แล้วฟังต่อเนื่องสัก 1-2 สัปดาห์ จะรู้เลยว่าตัวเองชอบสไตล์ไหน จากนั้นค่อยขยายไปช่องอื่นๆ รับรองว่าการ “ฟังสรุปหนังสือ” ช่วยให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ โดยไม่ต้องใช้เวลานั่งอ่านนานจริงๆ