ผู้ติดตาม 392 คน
คุณอาจชอบ
เมนูครอฟเฟิล
เคลือบช็อคโกแลต อร่อยๆ
#ฟองดูว์ช็อคโกแลต #ผลไม้เคลือบช็อกโกแลต #อร่อย
ครอฟเฟิลเคลือบช็อก&อัลมอนด์
ครอฟเฟิลออริจินอล ราดด้วยซอสช็อคโกแลต😋
... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครชอบครอฟเฟิลออริจินอลกรอบๆ แล้วอยากได้ความช็อคโกแลตแบบ “ช็อคing” เราว่าวิธีง่ายที่สุดคือเลือกท็อปปิ้งให้ถูกค่ะ ระหว่าง “ซอสช็อคโกแลต” กับ “แยมช็อคโกแลต” จะให้ฟีลต่างกันนิดหน่อย แต่ทำให้อร่อยได้ทั้งคู่ 1) ซอสช็อคโกแลต vs แยมช็อคโกแลต ต่างกันยังไง - ซอสช็อคโกแลต: เนื้อจะไหล ราดแล้วฉ่ำ เคลือบผิวครอฟเฟิลได้ดี เหมาะกับกินตอนอุ่นๆ จะได้ความหอมและความละลายกำลังพอดี - แยมช็อคโกแลต: เนื้อข้นกว่า หวานนำ ช็อคโกแลตชัดแบบขนมปังทาแยม ข้อดีคือหาง่าย เก็บได้นาน และตักปาดให้หนาๆ ได้ ฟีลเข้มๆ หนึบๆ 2) ทริคให้ครอฟเฟิลกรอบนาน (ไม่ชื้นเร็ว) เราเคยเจอว่าพอราดช็อคโกแลตแล้วแป้งจะนิ่มไว แก้ด้วยการราดเป็น “ลายเส้น” หรือราดเฉพาะครึ่งหนึ่งก่อน กินไปเรื่อยๆ ค่อยราดเพิ่ม จะยังได้ความกรอบนอกนุ่มในอยู่ 3) วิธีอุ่นให้อร่อยเหมือนใหม่ ถ้ามีครอฟเฟิลที่เย็นแล้ว แนะนำอุ่นในหม้อทอดลมร้อน/เตาอบสัก 2–4 นาที (กะให้ผิวกลับมากรอบ) แล้วค่อยราดซอสหรือแยมช็อคโกแลตทีหลัง รสชาติจะกลับมาฟินมาก 4) เพิ่มความช็อคโกแลตให้ “ช็อคing” ขึ้นอีก - โรยผงโกโก้บางๆ หลังราดซอส/แยม - เติมช็อคโกแลตชิพหรือช็อคโกแลตสับให้ละลายเล็กน้อยบนหน้าครอฟเฟิล - ถ้าชอบตัดหวาน เติมเกลือปลายช้อนลงในซอสช็อคโกแลต จะทำให้รสช็อคโกแลตเด่นขึ้น 5) จับคู่เครื่องดื่มที่เข้ากัน ครอฟเฟิลราดช็อคโกแลตเหมาะกับอเมริกาโน่/ลาเต้ไม่หวาน เพราะช่วยบาลานซ์ความหวานได้ดี กินแล้วไม่เลี่ยน สรุปคือ ถ้าอยากฉ่ำๆ ให้เลือกซอสช็อคโกแลต แต่ถ้าอยากง่ายและข้นหนึบ แยมช็อคโกแลตก็ทำให้ครอฟเฟิลอร่อยได้เหมือนกัน ลองทำตามนี้แล้วจะได้ครอฟเฟิลสีทองกรอบ ราดช็อคโกแลตฉ่ำๆ แบบพร้อมเสิร์ฟเลยค่ะ