Can you really sleep with your baby?
Hello, people.# Lemon8
It's been a baby mother lately, so there's been stories to share or share.
Nong Ting Ting is exactly 1 month old. Normally, the mother will raise the child mainly because the father works, but every surprise, the child likes his father to carry (notice from the mood of the younger).
So I noticed that I understood...
His father will have a lot of songs and lyrics or written by himself. There are stories for you to listen to. May make you feel relaxed, enjoyable or something. Every time you will always sleep well. We, the mother, still smile.:)
P.S. Mother, which house has any techniques to share?
# Baby mother # The butler's way # Lullaby technique # lemon 8 review # Keep reviewing # Trending # lemon 8 sharing
หลังจากสังเกตที่บ้านตัวเอง เรารู้สึกว่า “เพลงมั่วๆ” ของพ่อมันไม่ได้มั่วไปหมดนะคะ แต่เป็นการทำให้ลูกได้ยิน “เสียงเดิมๆ ซ้ำๆ” จนสมองเขาผ่อนคลาย เหมือนเป็นสัญญาณว่าได้เวลานอนแล้ว โดยเฉพาะเด็กเล็กมากๆ (ช่วง 1 เดือน) ที่ยังต้องการความรู้สึกปลอดภัยจากเสียงและการอุ้มแนบตัว ทริคที่บ้านเราลองแล้วเวิร์กเวลาพ่อกล่อม (หรือแม่ก็ทำได้ค่ะ) 1) ใช้ทำนองช้าและซ้ำ: ไม่ต้องร้องเพราะ แค่จังหวะคงที่ เช่น 60–70 BPM ประมาณเสียงหัวใจเต้นช้าๆ 2) เนื้อร้องไม่ต้องเป๊ะ แต่ให้ “สั้นและวน”: ลูกชอบแพตเทิร์นเดิมๆ เช่น “นอนนะคนดี นอนนะคนเก่ง” วนไปเรื่อยๆ 3) โยกเบาๆ แบบสม่ำเสมอ: โยกเยกได้ แต่อย่าแรงหรือเร็วเกินไป ให้เหมือนการไกวเปลช้าๆ 4) ลดสิ่งรบกวน: ปิดไฟให้สลัว ลดเสียงทีวี แล้วเหลือแค่เสียงร้องกับเสียงลมหายใจ ถ้าใครกำลังหา “เพลงกล่อมเด็กภาคใต้” เอาไว้เป็นไอเดีย เราชอบแนวที่ร้องแบบท่อนสั้นๆ ซ้ำๆ อย่างคำขึ้นต้นแนว “โยกเยกเอย…” ที่หลายบ้านคุ้นกัน (บางพื้นที่จะมีคำต่อท้ายต่างกัน เช่นที่ได้ยินกันว่า “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ…”) จุดสำคัญคือไม่ได้อยู่ที่ร้องถูกทุกคำ แต่อยู่ที่โทนเสียงนุ่มๆ และการลากเสียงให้สม่ำเสมอมากกว่า ตัวอย่างวิธีเอาท่อน “โยกเยกเอย…” มาปรับใช้แบบง่ายๆ (เผื่อจำเนื้อเต็มไม่ได้) - “โยกเยกเอย… หลับตาเถอะคนดี” - “โยกเยกเอย… ฝันดีนะคนเก่ง” - “โยกเยกเอย… แม่/พ่ออยู่นี่ ไม่ไปไหน” ร้องวน 3–5 นาที แล้วค่อยๆ เบาเสียงลง จะช่วยให้ลูกค่อยๆ หลับแบบไม่สะดุ้งค่ะ อีกอย่างที่เราเพิ่งเข้าใจ คือบางบ้านลูกติดพ่อเพราะ “โทนเสียง” พ่อทุ้มและนิ่งกว่า เลยกล่อมแล้วรู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ ถ้าบ้านไหนแม่อยู่บ้านกับลูกทั้งวัน แล้วพอพ่อกลับมาลูกติดพ่อมากๆ ไม่ต้องน้อยใจนะคะ เราว่ามันคือความแปลกใหม่ + น้ำเสียงที่ต่าง ทำให้ลูกผ่อนคลายได้เหมือนกัน สุดท้าย ถ้าร้องเพลงแล้วยังไม่หลับ ลองเช็กเบื้องต้นว่าเขาหิว ง่วงเกินไป (โอเวอร์ไทร์) หรือผ้าอ้อมเปียกไหม แล้วค่อยกลับมาที่เพลง/ฮัมเบาๆ ใหม่อีกที บ้านเราพอจับจังหวะได้แล้ว “พ่อแต่งเพลงมั่วๆ” กลายเป็นสกิลประจำบ้านไปเลยค่ะ
















































































































