「ノンストップの食事病」としてその経験を語った。
#レビューゾーンに入る病気を通して体重を減らす人生経験を共有しましょう。‼️
大学時代、私たちは以前肥満だったため、多くの体重を減らしました。そして、10ポンド減量したとき、それはさらに強力になりました。
👉🏻、1日4時間運動し、いくつかの日は一日中フィットネスにとどまります。
きれいに刈り取ったものを食べます。いいえ、揚げていません。デザートはありません。鶏の胸肉だけを食べます。常にカロリーを計算します。午後8時までに寝なければならず、友達との交流はありません。
体重は45キロで、体が耐えられなくなった。
私たちは食べるのを止めることができ ず、食べ過ぎると吐いたり、泣いたり、罪悪感を感じたりしますが、食べるのを止めることはできません。
‼️Mackroで買ったクッキーのバケツを食べて、1日でバケツがなくなりました。
重さが61-62 kgに跳ね返るまで、父親がバイクよりも大きく挨拶してくれたので、とてもうるさいです。
そこで情報を探し、暴食しました。
✨私たちは考え方を再調整することで解決します。徐々に減らし、急がず、圧力をかけず、徐々に改善していきます。
その後、中間ラインで体重が減りました。食べたい、食べたい、でも適量食べて、運動して運動します。
これで体重は48 kg、つまり13キロになりました。🥹
#健康の知識 #間違った体重減少 #レモンでヘルシー8 #簡単な運動 #アイドルをフォロー #健康知識を共有する #ワーキング・ライフ #この年齢の自分
ถ้าใครกำลังสงสัยว่า binge eating disorder คืออะไร (หลายคนเรียกติดปากว่า “โรคกินไม่หยุด”) เราขอสรุปแบบที่เราเคยเจอกับตัวเองนะคะ: มันคือภาวะที่เรามี “ตอนกินโหม” (binge) กินปริมาณมากในเวลาสั้นๆ พร้อมความรู้สึกเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ พอกินเสร็จจะตามมาด้วยความรู้สึกผิด อาย หรือเศร้า และมักเกิดซ้ำๆ สิ่งที่อยากย้ำคือ “กินเยอะครั้งเดียว” ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคทันทีนะคะ แต่ถ้าเกิดบ่อย จนกระทบชีวิต/สุขภาพ/ความรู้สึกตัวเอง อันนี้ควรเริ่มจริงจังกับการดูแลตัวเองมากขึ้น จากประสบการณ์เรา สัญญาณที่ทำให้เริ่มเอะใจมีประมาณนี้ - มีช่วงที่โหมกินเร็วมาก กินทั้งที่ไม่ได้หิวจริง - กินจนแน่น อึดอัด แต่ก็หยุดยาก - ชอบแอบกินคนเดียว เพราะรู้สึกอาย - หลังกินจะโทษตัวเองหนัก ร้องไห้ เครียด หรือรู้สึกเหมือน “พังแล้ว” - วงจรซ้ำๆ: คุมอาหารโหด → หลุดหนัก → รู้สึกผิด → กลับไปคุมโหดกว่าเดิม สำหรับเรา “ตัวกระตุ้น” ใหญ่ๆ คือการลดน้ำหนักแบบผิดวิธี: ออกกำลังกายหนักเกินไป จำกัดอาหารสุดโต่ง (คลีนแบบเคร่งจนไม่เหลือความสุข) นับแคลทุกคำ และกดดันตัวเองมาก พอร่างกายและใจตึงเกิน มันจะเด้งกลับแรง จนเกิดช่วงน้ำหนักขึ้นเร็วแบบในรูปก่อน–หลังที่เราเคยเจอ (น้ำหนักขึ้นเป็นสิบโลได้จริง) วิธีที่ช่วยเราให้ค่อยๆ ดีขึ้น (ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ แต่เป็นแนวทางดูแลตัวเองที่ทำได้) 1) เลิก “ห้ามทุกอย่าง” แล้วทำให้การกินสม่ำเสมอ: จัดมื้อหลักให้ครบ โดยเฉพาะโปรตีน+คาร์บ+ไขมันดี จะช่วยลดอาการหิวโหยตอนดึก 2) เปลี่ยนเป็นกฎแบบยืดหยุ่น: อยากกินของหวานได้ แต่กำหนดปริมาณ/ความถี่ เช่น แบ่งกิน ไม่กินตอนหิวจัด 3) จดบันทึกอารมณ์มากกว่าแคล: เราลองจดว่า binge เกิดหลังเหตุการณ์อะไร เครียด เหงา นอนไม่พอ หรือกดดันเรื่องหุ่นไหม 4) ปรับการออกกำลังกายให้ “พอดี” และพักให้พอ: โหมวันละหลายชั่วโมงทำให้เครียดและหิวสะสมได้ง่าย 5) ถ้าหลุดแล้ว อย่าลงโทษตัวเอง: มื้อต่อไปกลับมากินปกติ ไม่อดชดเชย เพราะการอดจะพาไปหลุดหนักอีก สุดท้าย ถ้าอาการหนักมาก (เช่น มีการทำร้ายตัวเองหลังหลุด กังวลรูปร่างจนใช้ชีวิตยาก หรือมีพฤติกรรมล้วงคอ/ใช้ยาถ่าย/ออกกำลังชดเชยแบบหักโหม) แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยา/จิตแพทย์หรือทีมโภชนาการนะคะ เพราะ binge eating disorder สามารถดูแลให้ดีขึ้นได้จริงเมื่อได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม
